จักรยานไฟฟ้าดีไหม? พาไปรู้จักกับข้อดี - ข้อเสียของจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียด

Last updated: 20 ม.ค. 2566  |  73 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จักรยานไฟฟ้าดีไหม? พาไปรู้จักกับข้อดี - ข้อเสียของจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียด

ในปัจจุบัน จักรยานไฟฟ้านับเป็นหนึ่งในพาหนะที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มพ่อบ้าน แม่บ้าน หรือผู้สูงอายุที่ต้องขับจักรยานไปจ่ายตลาดในทุก ๆ เช้า รวมถึงกลุ่มพนักงานที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับที่ทำงาน เพราะสามารถสลับปั่นและขี่จักรยานไฟฟ้าได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ช่วยให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่คิดจะหาซื้อจักรยานไฟฟ้าดี ๆ สักเครื่องไว้ใช้งาน แต่ไม่มั่นใจว่าจักรยานไฟดีไหม? หรือไม่มั่นใจว่าตนเองจะเหมาะกับการใช้จักรยานไฟฟ้าจริง ๆ หรือเปล่า? AJ EV BIKE จะพาคุณไปหาคำตอบเอง

จักรยานไฟฟ้าดีไหม?

จักรยานไฟฟ้าดีไหม? เป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย โดยเฉพาะคนที่เริ่มหันมาสนใจใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาด เพื่อประหยัดค่าน้ำมันและดูแลรักษาโลก แต่ไม่มั่นใจว่าจักรยานไฟฟ้าจะตอบโจทย์การใช้งาน หรือดีจริง ๆ หรือเปล่า ซึ่งเราขอตอบตรงนี้เลยว่า จักรยานไฟฟ้าเป็นพาหนะที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนกับพาหนะทั่ว ๆ ไป การที่จะตอบคำถามจักรยานไฟฟ้าดีไหม จึงขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าสามารถยอมรับข้อดี - ข้อเสียของจักรยานไฟฟ้าได้หรือเปล่านั่นเอง

จักรยานไฟฟ้ามีข้อดีอย่างไร?

ข้อดีของจักรยานไฟฟ้า มีข้อดีดังนี้

  • สามารถสลับปั่นและขี่ได้ : ผู้ใช้งานสามารถสลับมาปั่นจักรยานไฟฟ้าเมื่อรู้สึกเหนื่อย หรือตอนที่แบตเตอรี่หมดได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้งานจักรยานไฟฟ้าได้คล่องตัวมากขึ้น จึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ
    มีความปลอดภัยสูง : เนื่องจากจักรยานไฟฟ้าจะมีความเร็วที่ประมาณ 40 - 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงจัดเป็นยานพาหนะที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง สามารถให้ผู้สูงอายุที่บ้านใช้งานได้อย่างสบายใจ
  • หาที่จอดง่าย : จักรยานไฟฟ้าสามารถล็อกรถได้เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป จึงมีความเสี่ยงในการถูกขโมยน้อยกว่าจักรยานปกติที่จำเป็นจะต้องหาโซ่มาคล้องล็อกกับเสา และสามารถจอดร่วมกับมอเตอร์ไซค์ได้อย่างสะดวก
  • น้ำหนักเบากว่ามอเตอร์ไซค์ : เหมาะสำหรับสาว ๆ หรือคนตัวเล็กที่ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เก่ง ไม่ชอบขับมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักมาก ต้องการใช้พาหนะเดินทางในระยะที่ไม่ไกลมาก แต่ก็ไม่อยากปั่นจักรยานให้เหนื่อยหอบ 
  • ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย : จักรยานไฟฟ้าใช้พลังงานจากการชาร์จไฟฟ้า ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำมันเหมือนกับมอเตอร์ไซค์ทั่วไป อีกทั้งยังไม่มีเครื่องยนต์ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ๆ 1 หรือ 2 เดือน

จักรยานไฟฟ้ามีข้อเสียอย่างไร?

แม้ว่าจะมีข้อดี แต่จักรยานไฟฟ้าก็มีข้อเสียเช่นกัน ดังนี้

  • มีราคาสูงกว่าจักรยานปกติ : จักรยานทั่วไปจะมีราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยเท่านั้น ในขณะที่จักรยานไฟฟ้าจะมีราคาเริ่มต้นที่หลักพัน - หลักหมื่นบาทเมื่อเกิดปัญหาจะต้องซ่อมกับร้านจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ : เนื่องจากจักรยานไฟฟ้าจะมีระบบการทำงานเป็นของตนเอง หากอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ มอเตอร์ หรือสายไฟ ร้านซ่อมจักรยานยนต์ทั่วไปมักไม่ค่อยรับซ่อม 
  • รับน้ำหนักได้น้อยกว่ามอเตอร์ไซค์ : จักรยานไฟฟ้าจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้เท่ากับมอเตอร์ไซค์ และถ้าหากรับน้ำหนักมากก็จะส่งผลต่อการใช้งานแบตเตอรี่ด้วย
  • ไม่เหมาะกับการปั่นลุยน้ำ : แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าจะมีเทคโนโลยีกันน้ำ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะนำมาปั่นลุยน้ำอยู่ดี เพราะมีโอกาสที่จะเกิดไฟรั่ว ไฟช็อตได้

ใครเหมาะกับการใช้จักรยานไฟฟ้า

จักรยานไฟฟ้า เหมาะกับการใช้งานทุกเพศทุกวัย ทั้งในกลุ่มผู้ที่ใช้เดินทางในระยะที่ไม่ไกลมากนัก ประมาณ 20 - 30 กิโลเมตร และในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีเรี่ยวแรงจำกัด เพราะสามารถปั่นจักรยานไฟฟ้าออกกำลังกายรอบ ๆ บ้าน หรือปั่นไปตลาดได้ แล้วถ้ารู้สึกเหนื่อยก็ค่อยสลับไปที่โหมดขับขี่ เพื่อขับจักรยานไฟฟ้ากลับบ้านได้อย่างสะดวก 

จักรยานไฟฟ้ากินไฟไหม?

จักรยานไฟฟ้าเปรียบเสมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างหนึ่งภายในบ้าน ถ้าหากมีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน ย่อมส่งผลให้มีเปอร์เซ็นต์ในการใช้พลังงานไฟฟ้าในค่าไฟบ้านแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งคุณสามารถคิดคำนวณค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าของจักรยานไฟฟ้าได้คร่าว ๆ ด้วยสูตรต่อไปนี้

  • จำนวนกำลังไฟที่ใช้ (วัตต์) X จำนวนชั่วโมงที่ชาร์จต่อวัน X 30 วัน = จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อเดือน
  • จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อเดือน X หน่วยไฟฟ้า (Unit) = ค่าใช้จ่ายของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไป

แนะนำ 3 รุ่นยอดฮิต จักรยานไฟฟ้าจาก AJ EV BIKE

สำหรับใครที่สนใจใช้จักรยานไฟฟ้า แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้จักรยานไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี? เรามี 3 รุ่นจักรยานไฟฟ้ายอดฮิตจาก AJ EV BIKE มาแนะนำ จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย

1. AJ EV BiCycle S-10


จักรยานไฟฟ้าจาก AJ EV BIKE ที่มีพร้อมกับดีไซน์ที่มีความสวยงามทันสมัย มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีแดง สีส้ม และสีเทา ที่สำคัญยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่โดดเด่น สามารถขับได้ไกลสูงสุดที่ 40 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีความเร็วสูงสุดที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยให้คุณสามารถใช้เดินทางในระยะรอบ ๆ บ้านได้อย่างสะดวก โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมด อีกทั้งยังสามารถสลับกลับมาปั่นได้อย่างง่ายดายด้วย

2. AJ EVBiCycle T-88

จักรยานไฟฟ้าที่เป็นมากกว่าจักรยาน สามารถใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ต้องดูรักษาให้ยุ่งยาก สามารถขับขี่ไปจ่ายตลาด หรือเดินทางระยะใกล้ได้อย่างสะดวก เมื่อแบตเตอรี่หมดก็สลับกลับมาปั่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีชมพู สีเหลือง และสีแดง

3. AJ EV BiCycle S-9

สำหรับจักรยานไฟฟ้ารุ่น  S-9  จะมีให้เลือกถึง 5 เฉดสี ได้แก่ สีเชอรี่ สีช็อกกิ้งพิงค์ สีวานิลลา สีสกาย และสีมินท์ ใครที่เป็นสาวกของสีพาสเทล จะต้องไม่พลาดกับจักรยานไฟฟ้ารุ่นนี้ เพราะนอกจากจะมีสีสันสดใสคัลเลอร์ฟลูแล้ว ยังมีดีไซน์ที่น่ารักมาก ๆ ด้วย

สิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับ

จักรยานไฟฟ้านับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพาหนะไว้ใช้เดินทางในระยะใกล้ถึงปานกลาง โดยที่สามารถสลับปั่นและขี่ได้อย่างสะดวก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ แต่จะต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษมากกว่าจักรยานทั่ว ๆ ไปตรงที่ต้องคอยชาร์จไฟเป็นประจำ 

สำหรับใครที่สนใจใช้จักรยานไฟฟ้า แล้วกำลังชั่งใจว่าจักรยานไฟฟ้าดีไหม คุณสามารถเปรียบเทียบข้อดี - ข้อเสียเหล่านี้ได้เลย ถ้าหากว่าข้อดีของจักรยานไฟฟ้าตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ก็สามารถติดต่อ ตัวเเทนจำหน่าย AJ EV BIKE ที่มีมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้ารุ่นที่คุณชอบที่สุด รับรองได้เลยว่าไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน!

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้